ข้อมูลสำหรับลูกค้า

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกค้าพึงทราบ

ประเภท:

  • วิธีการขอเอาประกันภัย

    - ติดต่อกับตัวแทนของบริษัทที่ท่านรู้จัก เพื่อแจ้งความประสงค์ขอเอาประกัน
    - โทรศัพท์แจ้งความประสงค์ขอเอาประกันภัยทาง call centre หมายเลข 1159
    - ติดต่อ สำนักงานใหญ่ หรือ สาขาที่ท่านสะดวก

  • เอกสารที่เกี่ยวข้อง

    ใบคำขอเอาประกันภัย ซึ่งแบ่งออกเป็น
    - ใบคำขอเอาประกันภัย แบบสามัญ
    - ใบคำขอเอาประกันภัย ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA)
    - ใบคำขอเอาประกันภัย สินเชื่อกลุ่ม (โครงการ MRTA)

  • ใบคำขอเอาประกันภัย

    แบ่งออกเป็น
    - บุคคลสัญชาติไทย ให้ใช้เอกสารดังนี้
    - ผู้ที่มีอายุ 16 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป
    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ
    - สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ
    - สำเนาใบอนุญาตขับรถ หรือ
    - ใบสุทธิพระ
    - ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี
    - สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ
    - สำเนาใบสูติบัตร
    - บุคคลต่างด้าว ให้ใช้เอกสารดังนี้
    - สำเนาหนังสือเดินทาง (passport) ทุกหน้า หรือ
    - สำเนาหนังสือสำคัญแสดงตัวบุคคล
    - สำเนาหนังสือใบอนุญาตประกอบอาชีพ (Work permit)

  • เอกสารแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ขอเอาประกันภัย ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย และผู้รับประโยชน์

    (กรณีความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน เช่น นามสกุลต่างกัน เป็นต้น) อาทิ เช่น
    - สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ
    - สำเนาใบสูติบัตร หรือ สำเนาใบรับรองบุตร หรือ
    - สำเนาทะเบียนสมรส หรือ สำเนาใบสำคัญการหย่า

  • เอกสารทางการแพทย์

    อ้างอิงตามทุนประกันภัยหรือตามที่ผู้พิจารณารับประกันภัยร้องขอ อาทิ เช่น
    - แบบฟอร์มตรวจสุขภาพ สำหรับผู้ใหญ่
    - แบบฟอร์มตรวจสุขภาพ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบริบูรณ์
    - แบบฟอร์มตรวจเลือด Anti-HIV

  • เอกสารแสดงฐานะทางการเงิน

    อ้างอิงตามทุนประกันภัยหรือตามที่ผู้พิจารณารับประกันภัยร้องขอ

  • เอกสารอื่นๆ

    ที่ผู้พิจารณารับประกันภัยอาจร้องขอ เพื่อพิจารณาความเสี่ยงภัยหรือความเหมาะสมในการขอเอาประกันภัย

  • ขั้นตอนการขอเอาประกันภัย

    1. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบบประกันว่าท่านต้องการความคุ้มครองอย่างไรจากผู้เสนอ (ตัวแทน, เจ้าหน้าที่การเงิน) พร้อมทั้งศึกษาจำนวนเงินเอาประกันภัย และเบี้ยประกันภัยที่ท่านต้องการ
    2. กรอกข้อมูลในใบคำขอ/ คำถามสุขภาพ (ถ้ามี) ให้ครบถ้วนตามความเป็นจริง
    3. นำส่งเอกสารตามข้อ 2 และเอกสารอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด โดยท่านสามารถส่งผ่านตัวแทน หรือเจ้าหน้าที่เสนอขายผ่านธนาคาร (KTB) โดยท่านต้องชำระเบี้ยประกันตามข้อเสนอในข้อ 1 เข้าบัญชีของบริษัท KAL ผ่านทางธนาคาร สาขาที่ท่านสะดวก โดยมีตัวแทนรับทราบ และได้ออกใบเสร็จรับเงินชั่วคราวให้
    4. ท่านจะได้รับใบเสร็จรับเงินชั่วคราวจากผู้ที่ท่านได้ติดต่ออยู่ และใบรับเงินของธนาคาร (กรณีที่ใส่ชำระเงินผ่านธนาคาร)
    5. กรณีที่ข้อมูลของท่านได้กรอกอย่างสมบูรณ์ และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ท่านจะได้รับกรมธรรม์ภายในไม่เกิน 30 วัน ถ้าไม่ได้รับเนื่องจากบริษัทไม่สามารถสรุปผลพิจารณาได้ ท่านจะได้รับจดหมายแจ้งให้ทราบตามที่อยู่ที่ปรากฏในใบคำขอเอาประกันภัย
    6. เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้ว ลงนามรับกรมธรรม์ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของกรมธรรม์ ทั้งนี้ หากพบข้อผิดพลาดโปรดติดต่อตัวแทนหรือสำนักงาน เพื่อทำการแก้ไขให้ถูกต้อง

    *สาขา หมายถึง สำนักงานตัวแทน หรือ สาขาธนาคารกรุงไทย

  • ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณารับประกันภัย

    ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณารับประกันภัย ขึ้นกับข้อมูลเอกสาร หลักฐานประกอบการพิจารณา โดยแยกเป็นกรณีต่างๆ ได้ดังนี้
    - กรณีข้อมูล และเอกสารครบถ้วน พร้อมชำระเบี้ยประกันภัยแล้ว และสุขภาพสมบูรณ์ ท่านจะได้รับการคุ้มครองทันที
    - กรณีบริษัทขอเอกสารเพิ่มเติม เวลาในการพิจารณา ไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่บริษัทได้รับเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วน
    - หากบริษัทไม่สามารถสรุปผลการพิจารณารับประกันได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่บริษัทได้รับเอกสารและเบี้ยประกันภัยครบถ้วน บริษัทจะมีจดหมาย (หรือ SMS/Email) แจ้งให้ท่านทราบเป็นระยะจนกว่าการพิจารณารับประกันจะแล้วเสร็จ

  • ชำระผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคาร หรือแอปพลิเคชัน

    สามารถเลือกชำระผ่านบริการของธนาคาร ได้แก่

    - ธนาคารกรุงไทย / ระบุ Com.code 6056
    - ธนาคารกรุงเทพ / ระบุ Service code AXA
    - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา / ระบุ 001-0-15133-6
    - ธนาคารกสิกรไทย / ระบุ 709-1-03217-6
    - ธนาคารไทยพาณิชย์ / ระบุ Com.code 0622
    - ธนาคารทหารไทย / ระบุ Com.code 0668
    - ธนาคารธนชาต / ระบุ Com.code 0618
    - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร / ระบุ Service code : AXA1

    ธนาคารไทยพาณิชย์ (ยกเลิกบริการรับจ่ายบิลผ่านเคาน์เตอร์ ตามประกาศของธนาคาร)

    1. ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร โดยชำระเป็น

    - ชำระเป็นเงินสด ได้ทั้งกรณีเบี้ยปีแรกและปีต่ออายุ
    - ชำระเป็นเช็ค ได้ทั้งเบี้ยปีแรกและปีต่ออายุ (ยกเว้นเบี้ยปีต่ออายุที่มีใบแจ้งการชำระเงิน (AC07142) ทางธนาคาร รับเฉพาะเงินสดเท่านั้น) หรือตั๋วแลกเงินหรือแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่าย “บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)” โดยขีดคร่อมและขีดฆ่า “หรือผู้ถือ”

    บริษัทฯ จะถือว่าได้รับค่าเบี้ยประกันต่อเมื่อ บริษัทฯ ได้รับเงินจากสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว เท่านั้น

    2. ชำระผ่านแอปพลิเคชัน (Mobile / Internet Application) ของธนาคาร โดยสแกนบาร์โค้ด (Barcode) หรือ คิวอาร์โค้ด (QR Code) ของกรมธรรม์ที่ต้องการชำระ หรือ แอปพลิเคชัน MyAXA เพื่อทำรายการชำระด้วยตนเอง

    คลิกเพื่อดูวิธีดำเนินการทำรายการ

  • ชำระผ่านเครื่อง A.T.M.

    ชำระผ่านเครื่อง A.T.M. ของธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารธนชาต และ ธนาคารทหารไทย ทุกสาขา ทั่วประเทศ บริการ 24 ชั่วโมง โดยใช้บาร์โค้ด (Barcode) ที่แสดงในแบบฟอร์มใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัยที่บริษัทฯ ส่งมาให้ท่าน หรือ จากในแอปพลิเคชัน MyAXA

    -รหัสบริการของแต่ละธนาคารที่รับชำระ

    ธนาคารกรุงไทย / ระบุ Com.code : 6056

    ธนาคารกรุงเทพ / ระบุ Com.code : 24556

    ธนาคารกสิกรไทย / ระบุ Com.code : 33528

    ธนาคารกรุงศรีอยุธยา / ระบุ Com.code : 41336

    ธนาคารธนชาต / ระบุ Com.code : 0618

    ธนาคารทหารไทย ระบุ Com.code : 0668

    ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุ Com.code : 0622

    -ข้อควรปฏิบัติในการชำระเบี้ยประกันภัย เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เอาประกันภัย

    การชำระเบี้ยฯ ทุกครั้ง ควรใช้ “ใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัย” หากท่านมิได้นำใบแจ้งการ

    ชำระเบี้ยที่บริษัทจัดส่งให้ ท่านสามารถระบุรหัสอ้างอิงตามวัตถุประสงค์ ดังนี้

    -การระบุเลขที่อ้างอิง

    - กรณีชำระเบี้ยปีแรก

    เลขที่อ้างอิง1(Ref.1): ระบุเลขที่กรมธรรม์ (หากไม่ทราบให้ระบุเลขที่ประจำตัวประชาชน)

    เลขที่อ้างอิง2(Ref.2):01

    - กรณีชำระเบี้ยปีต่ออายุ

    เลขที่อ้างอิง1(Ref.1): เลขที่กรมธรรม์

    เลขที่อ้างอิง2(Ref.2):02

    - กรณีชำระคืนเงินกู้อัตโนมัติ (APL) หรือเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์ (Loan)

    เลขที่อ้างอิง1(Ref.1): เลขที่กรมธรรม์

    เลขที่อ้างอิง2(Ref.2):05

    การทำรายการชำระทุกครั้ง โปรดเก็บสลิปยืนยันการทำรายการไว้เป็นหลักฐาน

    คลิกเพื่อดูเนื้อหาการระบุเลขที่อ้างอิงเพิ่มเติม

  • ชำระผ่านบัตรเครดิต

    รับชำระด้วยบัตรเครดิต VISA หรือ MASTER CARD หรือ JCB CARD ทุกธนาคาร และสามารถชำระบัตรเครดิตแทนกันได้เฉพาะ พ่อ แม่ ลูก หรือ สามี-ภรรยา เท่านั้น หากนอกเหนือจากที่กล่าว โปรดศึกษารายละเอียด เพิ่มเติม

    คลิกเพื่อดูข้อมูลการพิสูจน์ความสัมพันธ์สำหรับการชำระเบี้ยประกันชีวิตแทน

    1. ชำระผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ เมื่อสมัครกรมธรรม์ผ่านแอปพลิเคชัน Advisor Zone

    2. ชำระผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ด้วยระบบ Quickpay

    · สำหรับเบี้ยปีแรก เมื่อสมัครกรมธรรม์ได้รับการอนุมัติแล้ว (สถานะกรมธรรม์ เป็น 04 หรือ 06) โดยลูกค้าสามารถขอลิงก์เพื่อชำระได้ทาง ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159

    · สำหรับเบี้ยปีต่ออายุ ลูกค้าสามารถขอลิงก์เพื่อชำระได้ทาง ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159

    3. ชำระผ่านบัตรเครดิตด้วยตนเองที่เคาน์เตอร์บริการลูกค้า ที่สำนักงานใหญ่ สำนักงานสาขา สำนักงานตัวแทน หรือเครื่อง mPOS ของตัวแทน

    4. กรอกรายละเอียดใน "หนังสือยินยอมให้เรียกเก็บเงินชำระค่าเบี้ยประกันภัยจากบัตรเครดิต" (ท่านสามารถติดต่อตัวแทนของท่านเพื่อแจ้งการชำระเบี้ยฯ ผ่านบัตรเครดิต)
    - กรุณาระบุหมายเลขบัตรเครดิตให้ชัดเจนและครบถ้วน
    - ลงชื่อในหนังสือยินยอมฯ ให้ตรงตามลายเซ็นหลังบัตรเครดิต
    - แนบสำเนาบัตรเครดิต 1 ฉบับ
    - แนบหนังสือยินยอมฯ ที่กรอกรายละเอียดเรียบร้อยครบถ้วน 1 ฉบับ

    นำส่งเอกสารทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ : แผนกรับชำระเบี้ยประกันภัย เลขที่ 9 อาคาร จี ทาวเวอร์ แกรนด์ รามา 9 ชั้น 1,20-27 ถนน พระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310 โทร. 02 030 9000-9499

    หมายเหตุ : กรณีส่งหนังสือยินยอมให้เรียกเก็บเงินชำระค่าเบี้ยประกันจากบัตรเครดิต บริษัทฯ จะหักบัตรเครดิตทันที ณ วันที่ได้รับเอกสาร

    หมายเหตุ: แบบประกันที่ไม่สามารถชำระผ่านบัตรเครดิต i-Wealthy, i-Invest, Life Smart และ Life Easy และแบบประกันอื่นๆ ที่อาจมีเพิ่มเติมภายหลัง

  • ชำระค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร

    สามารถเลือกสมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน สำหรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยงวดปีต่ออายุ กับธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยรับชำระทุกประเภททั้ง รายเดือน / ราย 3 เดือน / ราย 6 เดือน / รายปี

    1. สมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านตู้กดเงินสดอัตโนมัติ (ATM) ด้วยตัวเองและต้องนำส่งเอกสารให้บริษัทฯ โดยระบุให้ยินยอมหักบัญชีอัตโนมัติ บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และโปรดเก็บสลิปยืนยันการสมัครไว้เป็นหลักฐาน

    คลิกเพื่อดูวิธีการทำรายการ

    2. สมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านเว็บไซต์ธนาคาร (Internet Banking) ด้วยตัวเองและต้องนำส่งเอกสารให้บริษัทฯ โดยระบุให้ยินยอมหักบัญชีอัตโนมัติ บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และโปรดบันทึกภาพหน้าจอที่ทำรายการสำเร็จ เพื่อยืนยันการสมัครไว้เป็นหลักฐาน

    คลิกเพื่อดูวิธีการทำรายการ

    โดยระบุเลขที่อ้างอิง ดังนี้

    - เลขที่อ้างอิง 1 (Ref1.) ระบุ เลขที่กรมธรรม์

    - เลขที่อ้างอิง 2 (Ref2.) ระบุ เลขที่ประจำตัวประชาชน

    และโปรดเก็บสลิปยืนยันการสมัคร หรือ บันทึกภาพหน้าจอที่ทำรายการสำเร็จ เพื่อยืนยันการสมัครไว้เป็นหลักฐาน

    พร้อมนำส่งเอกสาร อย่างละ 1 ฉบับ ดังนี้ต่อไปนี้

    - สลิปหรือหลักฐานการสมัครผ่าน ATM/Internet Banking

    - แบบฟอร์มขอหักบัญชีเงินฝากธนาคาร

    - สำเนาหน้าบัญชีเงินฝากธนาคาร

    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางกรณีชาวต่างชาติ

    3. กรอกแบบฟอร์มขอหักบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อให้ธนาคารตรวจสอบความถูกต้องของเลขที่บัญชีธนาคารและลายเซ็นเจ้าของบัญชีทุกครั้ง (สามารถขอแบบฟอร์ม การหักบัญชีธนาคาร ได้ที่สำนักงานใหญ่ สำนักงานสาขา หรือสำนักงานตัวแทนทุกแห่ง หรือ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มฯจากเว็บไซต์ของบริษัทฯ) พร้อมแนบเอกสารที่เป็นลายเซ็นสด อย่างละ 2 ฉบับ ดังนี้

    - หนังสือยินยอมหักค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติ (DA/CCPA Form)

    - สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหน้าแรก

    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางกรณีชาวต่างชาติ

    *กรณีผู้เอาประกันประสงค์ขอสมัคร หรือ แก้ไขเปลี่ยนแปลง การชำระเบี้ยประกันโดยหักบัญชีเงินฝากธนาคารเพื่อการชำระเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติด้วยวิธีที่ 2 ผู้เอาประกันต้องแจ้งบริษัทฯ เป็นลายลักษณ์อักษร โดยระบุความประสงค์ในแบบฟอร์มคำขอใช้บริการ แนบเอกสารข้างต้น และลงลายมือชื่อเหมือนที่เคยให้ไว้กับบริษัทฯ อย่างละ 2 ชุด ส่งเอกสารมาที่แผนกบริการผู้ถือกรมธรรม์

    คลิกเพื่อดาวน์โหลดแบบฟอร์มบริษัทฯ

    -เงื่อนไขบังคับ เฉพาะสำหรับการสมัครใช้บริการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ

    1. เจ้าของบัญชี ต้องเป็นผู้ขอเอาประกันฯ หรือผู้ชำระเบี้ยของผู้เยาว์ หรือเจ้าของกิจการ (กรณีขอทำประกันบุคคลสำคัญ) เท่านั้น

    2. หากเจ้าของบัญชีเป็นผู้รับประโยชน์ และมิได้เป็นผู้ชำระเบี้ยตามกรมธรรม์ สามารถชำระค่า เบี้ยประกันให้กับผู้ขอเอาประกันฯ ได้ เฉพาะผู้ที่เป็น บิดา-มารดา-บุตร / สามี-ภรรยา เท่านั้น หากนอกเหนือจากที่กล่าว โปรดศึกษารายละเอียด เพิ่มเติม

    คลิกเพื่อดูข้อมูลการพิสูจน์ความสัมพันธ์สำหรับการชำระเบี้ยประกันชีวิตแทน

    3. บริษัทฯ ไม่รับชำระค่าเบี้ยประกันด้วยบัญชีของบุคคลที่ 3 หรือตัวแทน (ยกเว้นกรมธรรม์ ที่ตัวแทนเป็นผู้ขอเอาประกัน ผู้ชำระเบี้ย หรือมีความเกี่ยวข้องกับผู้ขอเอาประกันตามเงื่อนไข ข้างต้น)

    4. การขอชำระค่าเบี้ยประกันโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข และครบถ้วนตามข้อกำหนดข้างต้น จะถือว่าบริษัทฯ ยังมิได้รับการชำระค่าเบี้ยประกัน จนกว่าท่านจะดำเนินการยื่นเอกสารตามที่แจ้งไว้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ เท่านั้น โดยจะต้องนำส่งเอกสารเข้ามาใหม่ทั้งหมด

    5. กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มหนังสือยินยอมหักค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติให้ครบถ้วน มิเช่นนั้น ทางธนาคารจะปฏิเสธการพิจารณา

    6. หากเอกสารมีการแก้ไขต้องขีดฆ่าและเซ็นชื่อกำกับด้วยลายเซ็นเจ้าของบัญชีทุกครั้ง

    7. หากเอกสารส่งมาไม่ครบถ้วนตามที่แจ้งไปข้างต้น บริษัทฯ จำเป็นต้องดำเนินการปฏิเสธ คำร้องดังกล่าว

    8. เอกสารส่งตรวจสอบความถูกต้องของเลขที่บัญชีธนาคารและลายเซ็นเจ้าของบัญชี จะใช้เวลา 1 เดือน เพื่อให้ธนาคารอนุมัติระบบหักบัญชีให้กับลูกค้า หากพบว่าธนาคารยังไม่อนุมัติ ก็จะไม่สามารถหักบัญชีเงินฝากลูกค้าได้จนกว่าธนาคารจะดำเนินการเสร็จสิ้น

    9. กรณีที่ธนาคารตรวจสอบแล้วไม่อนุมัติ จะต้องดำเนินการยื่นเอกสารใหม่ตามที่แจ้งไว้ อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ เท่านั้น โดยจะต้องนำส่งเอกสารเข้ามาใหม่ทั้งหมด

  • ชำระค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต

    รับชำระค่าเบี้ยประกันฯ ด้วยบัตรเครดิตประเภท VISA หรือ MASTER CARD หรือ JCB CARD ทุกธนาคาร

    การสมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต สามารถขอแบบฟอร์มการหักค่าเบี้ยประกันผ่านเครดิต ได้ที่สำนักงานใหญ่ สำนักงานสาขา หรือสำนักงานตัวแทนทุกแห่ง หรือ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มจากเว็บไซต์ของบริษัทฯ พร้อมแนบเอกสารที่เป็นลายเซ็นสด อย่างละ 1 ฉบับ ส่งเอกสารมาที่แผนกบริการผู้ถือกรมธรรม์ ดังนี้

    - หนังสือยินยอมหักค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติ (DA/CCPA Form)

    - สำเนาหน้าบัตรเครดิต

    คลิกเพื่อดาวน์โหลดแบบฟอร์มบริษัทฯ

    กรณีการชำระเบี้ยแทน บริษัทฯรับชำระเบี้ยแทนได้เฉพาะ บิดา-มารดา / สามี ภรรยา หรือบุตร เท่านั้น หากนอกเหนือจากที่กล่าว โปรดศึกษารายละเอียด เพิ่มเติม

    คลิกเพื่อดูข้อมูลการพิสูจน์ความสัมพันธ์สำหรับการชำระเบี้ยประกันชีวิตแทน

    การชำระโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ และการชำระโดยการหักบัญชีบัตรเครดิตอัตโนมัติ

    ธนาคารจะตัดบัญชี / บัตรเครดิต เมื่อ ถึงวันกำหนดการชำระ และในกรณีที่จำนวนเงินในบัญชี / บัตรเครดิตไม่เพียงพอสำหรับการเรียกเก็บเบี้ยประกันในรอบดังกล่าว บริษัทฯ จะทำการส่งข้อมูลให้ธนาคารทำการเรียกเก็บเบี้ย ประกันอีกครั้งจนกว่ากรมธรรม์จะขาดผลบังคับ หากตรงกับวันหยุดจะตัดชำระในวันทำการถัดไป

    หมายเหตุ :

    - กรุณาสำรองเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร / บัตรเครดิตของท่านให้เพียงพอกับการชำระเบี้ยประกันภัย ก่อนวันที่บริษัทฯ ดำเนินการเรียกเก็บอย่างน้อย 2 วันทำการ

    - การขอยกเลิกหักบัญชีอัตโนมัติผ่านธนาคาร / ผ่านบัตรเครดิต เอกสารยกเลิกจะต้องถึงบริษัทฯ ก่อนวันที่ครบกำหนดชำระอย่างน้อย 7 วันทำการ

    - บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับงวดชำระรายเดือน ให้เลือกใช้วิธีการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ หรือ หักบัตรเครดิตอัตโนมัติ เท่านั้น (ยกเว้น งวดชำระราย 3 เดือน ราย 6 เดือน และรายปี สามารถเปลี่ยนชำระโดยช่อง ทางอื่นได้ตามปกติ )

  • ชำระเบี้ยประกันผ่านจุดบริการรับชำระอื่นๆ

    โดยลูกค้าสามารถนำใบแจ้งชำระเบี้ยฯ ที่มีบาร์โค้ด (Barcode) แสดงไว้ ชำระด้วยเงินสด ณ จุดบริการชำระ ดังนี้
    - ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-Eleven) ชำระได้ไม่เกิน 30,000 บาท / ครั้ง
    - ชำระผ่านเคาน์เตอร์เทสโก้โลตัส ชำระได้ไม่เกิน 49,000 บาท / ครั้ง
    - ชำระผ่านเคาน์เตอร์บิ๊กซี ชำระได้ไม่เกิน 49,000 บาท / ครั้ง
    - ชำระผ่านเคาน์เตอร์ เอ็มเพย์ สเตชั่น (mPAY Station) ชำระได้ไม่เกิน 49,000 บาท / ครั้ง
    - ชำระผ่านตู้ทรูมันนี่ (True Money Kiosk) ชำระได้ไม่เกิน 30,000 บาท / ครั้ง

  • ชำระเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ ผ่านบริการ Rabbit LINE Pay

    ช่องทางรับชำระเบี้ยประกันภัยปีต่อ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE และบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) โดย "Rabbit LINE Pay" สามารถนำใบแจ้งชำระเบี้ยฯ ที่มีบาร์โค้ด (Barcode) สแกนเพื่อชำระเบี้ยฯ ปีต่อ ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน LINE ดังรายละเอียดต่อไปนี้
    1. บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์โดย LINE ผ่านระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ "Rabbit LINE Pay" รับชำระค่าเบี้ยประกันภัยปีต่อ ครั้งละไม่เกิน 30,000 บาท ต่อ 1 รายการ
    2. รับหลักฐานการชำระเงินเป็นข้อความในแอปพลิเคชัน LINE หลังจากทำรายการชำระเสร็จสิ้น (สามารถชำระได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในวัน)

  • ชำระเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ ผ่านแอปพลิเคชัน True Money Wallet

    1. สามารถทำรายการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน True Money Wallet บนโทรศัพท์มือถือ โดยฟังก์ชั่น Scan & Pay
    2. รับชำระค่าเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ ครั้งละไม่เกิน 90,000 บาท ต่อ 1 รายการ โดยใช้ใบแจ้งยอดชำระฯ ที่มีบาร์โค้ด (Barcode) เท่านั้น
    3.รับหลักฐานในรูปแบบสลิป (e-Slip) ทุกครั้งที่ชำระ

  • ชำระเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ ผ่านแอปพลิเคชัน mPAY

    บริการรับชำระเบี้ยผ่านระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ "mPAY Wallet" สามารถชำระเบี้ยปีต่ออายุได้ โดยใช้ใบแจ้งชำระเบี้ยฯ ที่มีบาร์โค้ด(Barcode) สแกนเพื่อชำระเบี้ยได้ครั้งละไม่เกิน 30,000 บาท ต่อ 1 รายการ

  • ชำระที่สำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาของบริษัทฯ

    ชำระที่ศูนย์บริการครบวงจร (One Stop Service) สำนักงานใหญ่ อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ รามา 9 ชั้น 1 เวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ 8.30-17.00 น.

    และสำนักงานสาขา 6 แห่ง ได้แก่

    สาขาเชียงใหม่ โทร. 0 5208 8378

    สาขาขอนแก่น โทร. 0 4305 8918

    สาขาชลบุรี โทร. 0 3311 7400

    สาขาหาดใหญ่ (จังหวัดสงขลา) โทร. 0 7489 8929

    สาขาสุราษฎร์ธานี โทร. 0 7796 9829

    สาขาพิษณุโลก โทร. 0 5505 3648

    เวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ 8.30-17.00 น. วันเสาร์ 8.30-12.00 น.

  • ชำระผ่านตัวแทน

    - ชำระด้วยเงินสด โปรดขอใบรับเงินชั่วคราวของบริษัทฯ จากตัวแทน / ผู้ให้บริการ ทุกครั้ง

    - ชำระด้วยเช็ค กรุณาสั่งจ่ายเช็คขีดคร่อมในนาม “บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)” พร้อมระบุ หมายเลขกรมธรรม์ และ ชื่อผู้เอาประกันไว้ที่ด้านหลังเช็ค

    บริษัทฯ จะถือว่าได้รับค่าเบี้ยประกันต่อเมื่อ บริษัทฯ ได้รับเงินจากสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว เท่านั้น

    - ชำระด้วยบัตรเครดิต กรอกแบบฟอร์ม “หนังสือยินยอมให้เรียกเก็บเงินชำระค่าเบี้ย ประกันภัยจากบัตรเครดิต” พร้อมแนบสำเนาหน้าบัตรเครดิต โดยเจ้าของบัตรเครดิตต้องมีความสัมพันธ์ เกี่ยวข้องกับผู้เอาประกัน เป็น สามี-ภรรยา บิดา-มารดา และบุตร ซึ่งท่านสามารถ ขอรับแบบฟอร์มดังกล่าวได้จากตัวแทน / ผู้ให้บริการของท่านหรือ บริษัทฯ โดยตรง

  • ชำระทางไปรษณีย์

    ชำระทางไปรษณีย์โดยแนบ "ใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัย AC08142" (ส่วนล่าง) แล้วส่งไปยังบริษัทฯ พร้อมเงินค่าเบี้ยประกันภัย ซึ่งสามารถชำระได้ตามวิธีต่อไปนี้คือ (โปรดอย่าแนบเงินสด)
    - ชำระเป็นเช็ค หรือ ตั๋วแลกเงิน สั่งจ่าย "บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)" โดยขีดคร่อมและขีดฆ่า "หรือผู้ถือ" พร้อมระบุ หมายเลขกรมธรรม์ และ ชื่อผู้เอาประกันไว้ที่ด้านหลังเช็ค

    *บริษัทฯ จะถือว่าได้รับค่าเบี้ยประกันต่อเมื่อ บริษัทฯ ได้รับเงินจากสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว เท่านั้น
    - ชำระเป็นธนาณัติระบุชื่อผู้รับในนาม "บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)" และสั่งจ่าย ป.ณ.นานาเหนือ กรุงเทพฯ
    - ชำระเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่าย "บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)"

    หมายเหตุ: การชำระเบี้ยประกันภัยตามข้างต้น เมื่อบริษัทฯ ได้รับเงินและบันทึกเข้าระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะส่งข้อความการรับชำระเบี้ย ผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) หรือ ข้อความ (SMS) ให้ลูกค้า ด้วย Email Address หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ให้ไว้กับบริษัทฯ หากภายใน 4 วันทำการหลังการชำระ ท่านมิได้รับข้อความการรับชำระเบี้ยจากบริษัทฯ โปรดติดต่อไปยัง ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159

  • วิธีการรักษากรมธรรม์

    - กรมธรรม์ที่ท่านถืออยู่นี้เป็นสัญญาระหว่าง บริษัทฯ และ ผู้เอาประกัน ทั้งบริษัทฯ และ ท่านในฐานะผู้เอาประกัน ต่างมีภาระหน้าที่ต่อกันและกัน บริษัทฯ มีภาระหน้าที่ที่จะให้ความคุ้มครองแก่ท่านตลอดอายุสัญญา ส่วนท่านก็มีภาระที่ต้องรักษากรมธรรม์ให้มีผลบังคับตลอดสัญญา โดยการชำระเบี้ยประกันภัยให้ตรงตามกำหนด

  • ขั้นตอนการส่งใบแจ้งการชำระเงิน

    - บริษัทฯ จัดส่งใบแจ้งการชำระเงินให้ท่าน 28 วัน ก่อนวันครบชำระเบี้ยประกันภัย
    - กรณีที่มิได้มีการชำระตามวันครบกำหนด ท่านจะได้รับใบแจ้งการชำระเงินครั้งที่ 2 หลังวันครบกำหนด 7 วัน
    - บริษัทฯ ให้ระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกัน 31 วัน นับจากวันครบชำระเบี้ยประกัน โดยท่านยังคงได้รับความคุ้มครองตามปกติ

  • ขั้นตอนการส่งใบแจ้งการชำระเงิน (การต่ออายุกรมธรรม์?)

    เมื่อพ้นระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกัน บริษัทฯ จะดำเนินการตามข้อกำหนดของกรมธรรม์โดยอัตโนมัติ (ถ้ากรมธรรม์มีมูลค่าเงินสดเพียงพอ) หากกรมธรรม์ของท่านขาดความคุ้มครอง ท่านสามารถติดต่อตัวแทนของท่าน หรือติดต่อบริษัทฯ เพื่อยื่นคำขอต่ออายุกรมธรรม์ได้โดยใช้ใบคำขอใช้บริการของทางบริษัทฯ เพื่อให้กรมธรรม์ มีผลบังคับ และคืนกลับสู่สถานะเดิม

    อนึ่ง การยื่นคำขอต่ออายุกรมธรรม์ สามารถทำได้ภายในระยะเวลาห้าปี (5 ปี) นับแต่วันที่กรมธรรม์ขาดผลบังคับเท่านั้นโดยติดต่อบริษัทฯ หรือตัวแทนของท่านเพื่อรับทราบเงื่อนไข และแสดงหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้บริษัทฯ พิจารณากลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์

  • หากท่านประสบปัญหาทางด้านการเงินในการชำระเบี้ยประกันภัย

    วิธีการแก้ปัญหา ดังต่อไปนี้
    - ขอลดจำนวนเงินเอาประกันภัยลง
    - การขอเปลี่ยนแปลงงวดการชำระเบี้ยประกันภัย (รายปี, ราย 6 เดือน, ราย 3 เดือน, รายเดือน)
    - การขอยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมกรมธรรม์ประกันภัย
    - การขอเปลี่ยนแบบการประกันชีวิต
    - การขอเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จหรือขยายเวลา เมื่อกรมธรรม์มีอายุตั้งแต่ 2 ปีเต็มขึ้นไป หรือมีมูลค่า
    เวนคืนเงินสดเกิดขึ้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ดังนี้
    - กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ คือ การแปลงกรมธรรม์ ที่ทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับการคุ้มครองในระยะเวลา
    เอาประกันภัยเท่าเดิม แต่จำนวนเงินเอาประกันภัยเปลี่ยนแปลงตามมูลค่า ณ ขณะนั้น (ขึ้นอยู่กับปีกรมธรรม์
    และแบบประกันภัย)
    - กรมธรรม์ขยายเวลา คือ การแปลงกรมธรรม์เดิม เป็นกรมธรรม์แบบขยายเวลาที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัย
    เท่าเดิม (กรณีที่มีหนี้สินตามกรมธรรม์จะถูกหักออก) แต่ระยะเวลาความคุ้มครองเปลี่ยนแปลงตามตารางมูลค่า
    กรมธรรม์ หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในช่วงขยายเวลา ผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย
    แต่ถ้าผู้เอาประภัยมีชีวิตอยู่จนครบระยะเวลาที่ขยายออกไป และจะได้รับมูลค่าเงินสะสมสุทธิ (หากมี)

    หมายเหตุ กรมธรรม์ขยายเวลา สามารถทำได้เฉพาะกรมธรรม์ที่รับประกันภัยโดยใช้อัตราเบี้ยประกันภัยมาตรฐานเท่านั้น

    - การขอกู้ยืมเงินโดยมีกรมธรรม์เป็นประกัน เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือกรมธรรม์
    มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยสามารถกู้ยืมเงินได้โดยจำนวนเงินที่กู้ได้ไม่เกิน 90% ของมูลค่าเวนคืน
    กรมธรรม์ ณ ขณะนั้น โดยจะต้องชำระเบี้ยดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละแปด (8) ต่อปี หรือกว่านั้น เมื่อได้รับความเห็น
    ชอบจากนายทะเบียนประกันชีวิต

  • เปลี่ยนสถานที่ติดต่อ

    แจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ
    - ใบคำขอเปลี่ยนแปลงและ/หรือต่ออายุกรมธรรม์ service request form

  • เปลี่ยนชื่อ-สกุล / ลายมือชื่อผู้เอาประกัน

    แจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมลงลายมือชื่อ (ใหม่) ในใบคำขอเปลี่ยนแปลงและ/หรือต่ออายุกรมธรรม์ service request form

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

    - ใบคำขอเปลี่ยนแปลงและ/หรือต่ออายุกรมธรรม์ service request form
    - หลักฐานการเปลี่ยน ชื่อ - สกุลจากทางราชการ
    - สำเนาบัตรประชาชน

  • การเปลี่ยนผู้รับผลประโยชน์

    สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยผู้รับผลประโยชน์ใหม่ ต้องมีความสัมพันธ์ กับผู้เอาประกันตามกฎเกณฑ์ได้แก่ สามี, ภรรยา, บิดา, มารดา และบุตร

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

    - ใบคำขอเปลี่ยนแปลงและ/หรือต่ออายุกรมธรรม์ service request form
    - สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้รับประโยชน์ใหม่ (สืบความสัมพันธ์ได้)
    - สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับบผลประโยชน์คนใหม่ และผู้เอาประกัน

  • การเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ย

    - เปลี่ยนได้เมื่อตรงรอบปีกรมธรรม์
    - ในกรณีที่ท่านเปลี่ยนงวดการชำระรายเดือนจะต้องหักชำระเบี้ยประกันผ่านบัญชีธนาคารหรือหักบัตรเครดิตอัตโนมัติเท่านั้น

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

    - ใบคำขอเปลี่ยนแปลงและ/หรือต่ออายุกรมธรรม์ service request form
    - เบี้ยประกันของงวดการชำระใหม่
    - หนังสือยินยอมหักค่าเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติพร้อมลงนามและสำเนาสมุดบัญชีธนาคารหรือสำเนาบัตรเครดิต

    หากมีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ในกรมธรรม์นอกเหนือจากนี้ กรุณาติดต่อตัวแทนหรือบริษัทฯ เพื่อรับทราบเงื่อนไขและให้บริการแก่ท่าน

  • ขั้นตอนการตรวจร่างกาย

    ความสำคัญของการตรวจสุขภาพผู้ขอเอาประกันชีวิต

    ข้อมูลทางสุขภาพ เป็นข้อมูลสำคัญที่บริษัทประกันต้องใช้ในการประเมินความเสี่ยงของผู้ขอเอาประกัน

    การรับประกันภัยโดยทั่วไป บริษัทกำหนดให้มีวิธีการรับประกันภัย 2 แบบด้วยกัน คือ
    - การรับประกันภัยโดยไม่ตรวจสุขภาพ
    - การรับประกันภัยโดยตรวจสุขภาพ
    กรณีจะเป็นแบบการรับประกันใด จะต้องพิจารณาข้อกำหนดเกี่ยวกับอายุ จำนวนเงินเอาประกันภัย ประวัติสุขภาพ ข้อมูลของใบสมัคร

    ผลการตรวจที่ถูกต้องสมบูรณ์แสดงให้เห็นถึงภาวะสุขภาพของผู้ขอเอาประกันที่แท้จริงขณะนั้น รวมทั้งมีการแถลงถึงปัญหาสุขภาพที่สำคัญในอดีต จะช่วยให้กระบวนการพิจารณารับประกันเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ขอเอาประกัน ซึ่งจะไม่ถูกปฏิเสธการจ่ายสินไหม หรือยกเลิกสัญญาในภายหลัง และก่อให้เกิดความมั่นคงของกองทุนเบี้ยประกันที่เป็นประโยชน์ของผู้เอาประกันทุกคน

  • การรับเงินครบกำหนดสัญญาและการจ่ายเงินปันผล

    บริษัทฯ จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน

  • การจ่ายเงินเวนคืนกรมธรรม์

    บริษัทฯ จะดำเนินการจ่ายเงินดังกล่าวภายใน 20 วัน

    เอกสารประกอบการพิจารณา

    - ใบคำขอเวนคืนกรมธรรม์
    - สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    - สำเนาบัญชีธนาคารหน้าแรก

  • การจ่ายเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์

    บริษัทฯจะดำเนินการจ่ายเงินดังกล่าวภายใน 15 วัน

    เอกสารประกอบการพิจารณา

    - สัญญากู้ยืมเงินตามกรมธรรม์
    - สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    - สำเนาบัญชีธนาคารหน้าแรก

  • เพื่อความสะดวกในการรับเงินผลประโยชน์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ท่านสามารถสมัครรับบริการการโอนเงินผลประโยชน์เข้าบัญชีธนาคารได้ง่ายๆ เพียงกรอกแบบฟอร์มขอรับบริการ

    คลิกเพื่อดาวน์โหลดแบบฟอร์มบริษัทฯ

  • รายชื่อนายหน้าประกันชีวิตประเภทธนาคาร

    ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

  • รายชื่อนายหน้าประกันชีวิตประเภทนิติบุคคล

    คลิกเพื่อดูรายละเอียด