ข้อมูลสำหรับลูกค้า

ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ที่ลูกค้าพึงทราบ

ประเภท:

  • วิธีการขอเอาประกันภัย

    - ติดต่อกับตัวแทนของบริษัทที่ท่านรู้จัก เพื่อแจ้งความประสงค์ขอเอาประกัน
    - โทรศัพท์แจ้งความประสงค์ขอเอาประกันภัยทาง call centre หมายเลข 1159
    - ติดต่อ สำนักงานใหญ่ หรือ สาขาที่ท่านสะดวก

  • เอกสารที่เกี่ยวข้อง

    ใบคำขอเอาประกันภัย ซึ่งแบ่งออกเป็น
    - ใบคำขอเอาประกันภัย แบบสามัญ
    - ใบคำขอเอาประกันภัย ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA)
    - ใบคำขอเอาประกันภัย สินเชื่อกลุ่ม (โครงการ MRTA)

  • ใบคำขอเอาประกันภัย

    แบ่งออกเป็น
    - บุคคลสัญชาติไทย ให้ใช้เอกสารดังนี้
    - ผู้ที่มีอายุ 16 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป
    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือ
    - สำเนาบัตรประจำตัวข้าราชการ หรือ
    - สำเนาใบอนุญาตขับรถ หรือ
    - ใบสุทธิพระ
    - ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี
    - สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ
    - สำเนาใบสูติบัตร
    - บุคคลต่างด้าว ให้ใช้เอกสารดังนี้
    - สำเนาหนังสือเดินทาง (passport) ทุกหน้า หรือ
    - สำเนาหนังสือสำคัญแสดงตัวบุคคล
    - สำเนาหนังสือใบอนุญาตประกอบอาชีพ (Work permit)

  • เอกสารแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง ผู้ขอเอาประกันภัย ผู้ชำระเบี้ยประกันภัย และผู้รับประโยชน์

    (กรณีความสัมพันธ์ไม่ชัดเจน เช่น นามสกุลต่างกัน เป็นต้น) อาทิ เช่น
    - สำเนาทะเบียนบ้าน หรือ
    - สำเนาใบสูติบัตร หรือ สำเนาใบรับรองบุตร หรือ
    - สำเนาทะเบียนสมรส หรือ สำเนาใบสำคัญการหย่า

  • เอกสารทางการแพทย์

    อ้างอิงตามทุนประกันภัยหรือตามที่ผู้พิจารณารับประกันภัยร้องขอ อาทิ เช่น
    - แบบฟอร์มตรวจสุขภาพ สำหรับผู้ใหญ่
    - แบบฟอร์มตรวจสุขภาพ สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีบริบูรณ์
    - แบบฟอร์มตรวจเลือด Anti-HIV

  • เอกสารแสดงฐานะทางการเงิน

    อ้างอิงตามทุนประกันภัยหรือตามที่ผู้พิจารณารับประกันภัยร้องขอ

  • เอกสารอื่นๆ

    ที่ผู้พิจารณารับประกันภัยอาจร้องขอ เพื่อพิจารณาความเสี่ยงภัยหรือความเหมาะสมในการขอเอาประกันภัย

  • ขั้นตอนการขอเอาประกันภัย

    1. ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแบบประกันว่าท่านต้องการความคุ้มครองอย่างไรจากผู้เสนอ (ตัวแทน, เจ้าหน้าที่การเงิน) พร้อมทั้งศึกษาจำนวนเงินเอาประกันภัย และเบี้ยประกันภัยที่ท่านต้องการ
    2. กรอกข้อมูลในใบคำขอ/ คำถามสุขภาพ (ถ้ามี) ให้ครบถ้วนตามความเป็นจริง
    3. นำส่งเอกสารตามข้อ 2 และเอกสารอื่นๆ ตามที่บริษัทกำหนด โดยท่านสามารถส่งผ่านตัวแทน หรือเจ้าหน้าที่เสนอขายผ่านธนาคาร (KTB) โดยท่านต้องชำระเบี้ยประกันตามข้อเสนอในข้อ 1 เข้าบัญชีของบริษัท KAL ผ่านทางธนาคาร สาขาที่ท่านสะดวก โดยมีตัวแทนรับทราบ และได้ออกใบเสร็จรับเงินชั่วคราวให้
    4. ท่านจะได้รับใบเสร็จรับเงินชั่วคราวจากผู้ที่ท่านได้ติดต่ออยู่ และใบรับเงินของธนาคาร (กรณีที่ใส่ชำระเงินผ่านธนาคาร)
    5. กรณีที่ข้อมูลของท่านได้กรอกอย่างสมบูรณ์ และไม่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ท่านจะได้รับกรมธรรม์ภายในไม่เกิน 30 วัน ถ้าไม่ได้รับเนื่องจากบริษัทไม่สามารถสรุปผลพิจารณาได้ ท่านจะได้รับจดหมายแจ้งให้ทราบตามที่อยู่ที่ปรากฏในใบคำขอเอาประกันภัย
    6. เมื่อได้รับกรมธรรม์แล้ว ลงนามรับกรมธรรม์ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องของกรมธรรม์ ทั้งนี้ หากพบข้อผิดพลาดโปรดติดต่อตัวแทนหรือสำนักงาน เพื่อทำการแก้ไขให้ถูกต้อง

    *สาขา หมายถึง สำนักงานตัวแทน หรือ สาขาธนาคารกรุงไทย

  • ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณารับประกันภัย

    ระยะเวลาที่ใช้ในการพิจารณารับประกันภัย ขึ้นกับข้อมูลเอกสาร หลักฐานประกอบการพิจารณา โดยแยกเป็นกรณีต่างๆ ได้ดังนี้
    - กรณีข้อมูล และเอกสารครบถ้วน พร้อมชำระเบี้ยประกันภัยแล้ว และสุขภาพสมบูรณ์ ท่านจะได้รับการคุ้มครองทันที
    - กรณีบริษัทขอเอกสารเพิ่มเติม เวลาในการพิจารณา ไม่เกิน 30 วัน นับจากวันที่บริษัทได้รับเอกสารเพิ่มเติมครบถ้วน
    - หากบริษัทไม่สามารถสรุปผลการพิจารณารับประกันได้ภายใน 30 วัน นับจากวันที่บริษัทได้รับเอกสารและเบี้ยประกันภัยครบถ้วน บริษัทจะมีจดหมาย (หรือ SMS/Email) แจ้งให้ท่านทราบเป็นระยะจนกว่าการพิจารณารับประกันจะแล้วเสร็จ

  • • ชำระผ่านเคาน์เตอร์ของธนาคาร หรือแอปพลิเคชัน

    สามารถเลือกชำระผ่านบริการของธนาคาร ได้แก่

    - ธนาคารกรุงไทย / ระบุ Com.code 6056
    - ธนาคารกรุงเทพ / ระบุ Service code AXA
    - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา / ระบุ 001-0-15133-6
    - ธนาคารกสิกรไทย / ระบุ 709-1-03217-6
    - ธนาคารไทยพาณิชย์ / ระบุ Com.code 0622
    - ธนาคารทหารไทยธนชาต / ระบุ Com.code 0668
    - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร / ระบุ Service code : AXA1

    ธนาคารไทยพาณิชย์ (ยกเลิกบริการรับจ่ายบิลผ่านเคาน์เตอร์ ตามประกาศของธนาคาร)

    1. ชำระผ่านเคาน์เตอร์ธนาคาร โดยชำระเป็น

    - ชำระเป็นเงินสด ได้ทั้งกรณีเบี้ยปีแรกและปีต่ออายุ
    - ชำระเป็นเช็ค ได้ทั้งเบี้ยปีแรกและปีต่ออายุ (ยกเว้นเบี้ยปีต่ออายุที่มีใบแจ้งการชำระเงิน (AC07142) ทางธนาคาร รับเฉพาะเงินสดเท่านั้น) หรือตั๋วแลกเงินหรือแคชเชียร์เช็ค สั่งจ่าย “บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)” โดยขีดคร่อมและขีดฆ่า “หรือผู้ถือ”

    บริษัทฯ จะถือว่าได้รับค่าเบี้ยประกันต่อเมื่อ บริษัทฯ ได้รับเงินจากสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว เท่านั้น

    2. ชำระผ่านแอปพลิเคชัน (Mobile / Internet Application) ของธนาคาร โดย สแกนคิวอาร์โค้ด (QR Code) หรือบาร์โค้ด (Barcode) ของกรมธรรม์ที่ต้องการชำระ

    สำหรับการชำระเบี้ยประกันภัยปีต่อ ลูกค้าสามารถดาวน์โหลด คิวอาร์โค้ด (QR Code) และ บาร์โค้ด (Barcode) ได้ด้วยตนเองที่แอปพลิชัน Emma by AXA หรือ อีเมลหรือ SMS แจ้งเตือนกำหนดชำระเบี้ย และชำระผ่านแอปพลิเคชัน Mobile Banking ได้

    คลิกเพื่อดูวิธีดำเนินการทำรายการ

  • • ชำระผ่านเครื่อง ATM

    ชำระผ่านเครื่อง ATM ของธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารทหารไทยธนชาต ทุกสาขา ทั่วประเทศ บริการ 24 ชั่วโมง โดยใช้บาร์โค้ด (Barcode) ที่แสดงในแบบฟอร์มใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัยที่บริษัทฯ ส่งมาให้ท่าน หรือ จากในแอปพลิเคชัน Emma by AXA หรือจากอีเมลหรือ SMS แจ้งเตือนกำหนดชำระเบี้ย

    -รหัสบริการของแต่ละธนาคารที่รับชำระ

    ธนาคารกรุงไทย / ระบุ Com.code : 6056

    ธนาคารกรุงเทพ / ระบุ Com.code : 24556

    ธนาคารกสิกรไทย / ระบุ Com.code : 33528

    ธนาคารกรุงศรีอยุธยา / ระบุ Com.code : 41336

    ธนาคารทหารไทยธนชาต ระบุ Com.code : 0668

    ธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุ Com.code : 0622

    -ข้อควรปฏิบัติในการชำระเบี้ยประกันภัย เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้เอาประกันภัย

    การชำระเบี้ยฯ ทุกครั้ง ควรใช้ “ใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัย” หากท่านมิได้นำใบแจ้งการชำระเบี้ยที่บริษัทจัดส่งให้ ท่านสามารถระบุรหัสอ้างอิงตามวัตถุประสงค์ ดังนี้

    -การระบุเลขที่อ้างอิง

    - กรณีชำระเบี้ยปีแรก

    เลขที่อ้างอิง1(Ref.1): ระบุเลขที่กรมธรรม์ (หากไม่ทราบให้ระบุเลขที่ประจำตัวประชาชน)

    เลขที่อ้างอิง2(Ref.2):01

    - กรณีชำระเบี้ยปีต่ออายุ

    เลขที่อ้างอิง1(Ref.1): เลขที่กรมธรรม์

    เลขที่อ้างอิง2(Ref.2):02

    - กรณีชำระคืนเงินกู้อัตโนมัติ (APL) หรือเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์ (Loan)

    เลขที่อ้างอิง1(Ref.1): เลขที่กรมธรรม์

    เลขที่อ้างอิง2(Ref.2):05

    การทำรายการชำระทุกครั้ง โปรดเก็บสลิปยืนยันการทำรายการไว้เป็นหลักฐาน

    คลิกเพื่อดูเนื้อหาการระบุเลขที่อ้างอิงเพิ่มเติม

  • • ชำระผ่านบัตรเครดิต

    รับชำระด้วยบัตรเครดิต VISA หรือ MASTER CARD หรือ JCB CARD ทุกธนาคาร และสามารถชำระบัตรเครดิตแทนกันได้เฉพาะ พ่อ แม่ ลูก หรือ สามี-ภรรยา เท่านั้น หากนอกเหนือจากที่กล่าว โปรดศึกษารายละเอียด เพิ่มเติม

    คลิกเพื่อดูข้อมูลการพิสูจน์ความสัมพันธ์สำหรับการชำระเบี้ยประกันชีวิตแทน

    หมายเหตุ :การชำระโดยบัตรเครดิตไม่สามารถใช้ชำระเบี้ยประกันสำหรับผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้ Life Smart, Life Easy, Life Save, MRTA, GLTSP, iInvest, iLink, Life save plus, Smart saver และแบบประกันอื่นๆ ที่อาจมีเพิ่มเติมภายหลัง

    สำหรับผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน ลูกค้าที่ต้องการชำระด้วยบัตรเครดิต Citibank ที่หมายเลขบัตรเครดิต 6 ตัวหน้า ดังนี้ 5434-49, 5265-32, 5271-73, 5434-49, 5267-44, 5224-40 หรือ 5404-32 จะไม่สามารถทำรายการชำระเบี้ยได้

    อาจมีหมายเลขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงหมายเลขบัตรเครดิต และ/หรือ ธนาคารเจ้าของบัตร นอกเหนือจากที่ประกาศไว้ข้างต้น

    1. ชำระผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ เมื่อสมัครกรมธรรม์ผ่านแอปพลิเคชัน Advisor Zone

    2. ชำระผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน Emma by AXA (เฉพาะเบี้ยประกันภัยปีต่อเท่านั้น)

    · เมนูการชำระเบี้ยจะแสดงบนแอปพลิเคชัน หน้ากรมธรรม์ ที่ท่านเลือก ก่อนถึงกำหนดชำระ 28 วัน

    · บริษัทฯจะทำการบันทึกการชำระเบี้ยฯที่ชำระสำเร็จเข้าระบบทันที แต่หากเป็นรายการชำระเบี้ยฯหลัง 19:30 น.บริษัทฯจะทำการบันทึกการชำระเบี้ยฯภายในวันทำการถัดไป

    3. ชำระผ่านบัตรเครดิตออนไลน์ด้วยระบบ Quickpay

    3.1 สำหรับแบบประกันที่รองรับการชำระเบี้ยด้วยบัตรเครดิตเท่านั้น

    3.1.1 แบบประกันสามัญ ที่มีสถานะใบคำขอเอาประกันภัยที่ “กรมธรรม์อนุมัติ รอชำระเบี้ยประกันภัย อัตรามาตรฐาน” หรือ “กรมธรรม์อนุมัติ รอชำระเบี้ยประกันภัย อัตราสูงกว่ามาตรฐาน” หรือสถานะของกรมธรรม์ “มีผลบังคับปกติ”

    3.1.2 แบบประกันควบการลงทุนที่ มีสถานะใบคำขอเอาประกันภัยที่ “อยู่ระหว่างรอการพิจารณา” หรือสถานะของกรมธรรม์ “มีผลบังคับปกติ” เท่านั้น

    3.2 ลูกค้าสามารถติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159 หรือศูนย์บริการครบวงจร (One Stop Service) สำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาของบริษัทฯ โดยผู้เอาประกัน หรือผู้ชำระเบี้ยตามกรมธรรม์ (กรณีกรมธรรม์ผู้เยาว์) เป็นผู้แจ้งความประสงค์และผ่านการยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่ด้วยตนเองเท่านั้น

    3.3 การส่ง “ลิงก์” จะสามารถดำเนินการส่งให้ผู้เอาประกัน หรือผู้ชำระเบี้ย (กรณีกรมธรรม์ผู้เยาว์) โดยตรงผ่านช่องทางอีเมล หรือ SMS โดยลิงก์สำหรับชำระเบี้ยฯ จะมีอายุ 24 ชม. และเมื่อลูกค้าได้ชำระเบี้ยผ่านลิงก์สำเร็จแล้ว บริษัทฯจะมีการดำเนินการ ดังนี้

    3.3.1สำหรับเบี้ยประกันปีแรก แผนกรับชำระเบี้ยจะตรวจสอบ และนำข้อมูลเข้าระบบภายในวันทำการถัดไป

    3.3.2สำหรับเบี้ยประกันปีต่ออายุ ระบบจะนำเข้าข้อมูลอัตโนมัติภายในวันทำการถัดไป

    คลิ๊กเพื่อดูวิธีการทำรายการ

    หมายเหตุ:

    - รายการชำระที่เกิดขึ้นหลังเวลา 19:30 น.จะถือเป็นรายการชำระในวันทำการถัดไป การยกเลิกการชำระแบบเต็มจำนวนสามารถทำได้ภายใน 17:00 น. ของวันที่ทำรายการเท่านั้น

    - การชำระโดยบัตรเครดิตไม่สามารถใช้ชำระค่าเบี้ยประกันสำหรับผลิตภัณฑ์ดังต่อไปนี้ Life Smart, Life Easy, Life Save, MRTA,GLTSP, iInvest, iLink, Life save plus, Smart Saver และแบบประกันอื่นๆ ที่อาจมีเพิ่มเติมภายหลัง

    - แบบประกันชีวิตควบการลงทุนไม่เข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายแบบผ่อนชำระค่าเบี้ยประกัน และ การให้คะแนนสะสมจากการใช้บัตรเครดิตชำระค่าเบี้ยประกัน และรายการส่งเสริมการขายอื่นๆร่วมกับบัตรเครดิต

    - ไม่สามารถยกเลิกการชำระค่าเบี้ยประกันภัยได้ แต่สามารถยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลง รายการผ่อนชำระเป็นรายการส่งเสริมการขายแบบอื่นๆได้

    - การยกเลิกรายการผ่อนชำระภายในวันที่ชำระเงิน สามารถดำเนินการได้เฉพาะวันทำการ จันทร์-ศุกร์ ยกเว้น เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ โดยทำการยกเลิกก่อนเวลา 17:00 น. เท่านั้น กรุณาติดต่อบริษัทกรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) โดยตรงเพื่อแจ้งความประสงค์

    - การยกเลิกรายการผ่อนชำระหลังวันทำรายการ บริษัทฯ ไม่สามารถดำเนินการได้ กรุณาติดต่อธนาคารเจ้าของบัตรโดยตรง

    - ขอสงวนสิทธิ์ยกเว้นการมอบคะแนน KTC ทุกประเภท สำหรับยอดผ่อนชำระค่าเบี้ยประกันชีวิต 0% นาน 3 เดือน ตามรายการนี้ โดยสมาชิกจะได้รับคะแนนปกติจากยอดใช้จ่ายดังกล่าวเข้าบัญชีบัตรฯ ของสมาชิกไปก่อนโดยอัตโนมัติ และคะแนนดังกล่าวทั้งหมดจะถูกหักออกจากบัญชีบัตรฯ ของสมาชิก ภายในวันเดียวกันกับวันที่ทำรายการผ่อนชำระให้แก่สมาชิกตามรายการนี้

    - การรับสิทธิผ่อนชำระตามรายการนี้ เคทีซีจะดำเนินการทำรายการผ่อนชำระให้แก่สมาชิกภายใน 7 วันทำการนับจากวันที่สมาชิกมียอดใช้จ่าย โดยสถานะรายการใช้จ่ายใน KTC Mobile application จะแสดงเป็นรายการชำระเต็มจำนวนก่อนแล้วจึงแปลงเป็นรายการผ่อนชำระในภายหลัง กรณีสมาชิกชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตผ่านบัตรฯ ในช่วง 7 วันทำการก่อนวันตัดรอบบัญชี ใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายบัตรเครดิต (“ใบแจ้งยอดฯ”) ของสมาชิกในรอบบัญชีนั้นอาจแสดงยอดใช้จ่ายในรายการดังกล่าวเป็นยอดชำระเต็มจำนวน และจะปรากฏเป็นยอดผ่อนชำระที่สมาชิกจะต้องเริ่มทำการผ่อนชำระจริงในใบแจ้งยอดฯ ของรอบบัญชีถัดไป

  • • ชำระค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร

    สามารถเลือกสมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝากธนาคารประเภทออมทรัพย์หรือกระแสรายวัน สำหรับชำระค่าเบี้ยประกันภัยงวดปีต่ออายุ กับธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารกสิกรไทย หรือ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทุกสาขาทั่วประเทศ โดยรับชำระทุกประเภททั้ง รายเดือน / ราย 3 เดือน / ราย 6 เดือน / รายปี

    วิธีการที่ 1. สมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านตู้กดเงินสดอัตโนมัติ (ATM) ด้วยตัวเอง และโปรดเก็บสลิปยืนยันการสมัครไว้เป็นหลักฐาน

    คลิกเพื่อดูวิธีการทำรายการ

    วิธีการที่ 2. สมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านเว็บไซต์ธนาคาร (Internet Banking) ด้วยตัวเอง และโปรดบันทึกภาพหน้าจอที่ทำรายการสำเร็จ เพื่อยืนยันการสมัครไว้เป็นหลักฐาน

    คลิกเพื่อดูวิธีการทำรายการ

    วิธีการที่ 3.สมัครใช้บริการหักบัญชีอัตโนมัติผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร (Mobile Banking) ด้วยตัวเอง และโปรดบันทึกภาพหน้าจอที่ทำรายการสำเร็จ เพื่อยืนยันการสมัครไว้เป็นหลักฐาน

    คลิกเพื่อดูวิธีการทำรายการ

    โดยระบุเลขที่อ้างอิง ดังนี้

    - เลขที่อ้างอิง 1 (Ref1.) ระบุ เลขที่กรมธรรม์

    - เลขที่อ้างอิง 2 (Ref2.) ระบุ เลขที่ประจำตัวประชาชน

    และโปรดเก็บสลิปยืนยันการสมัคร หรือ บันทึกภาพหน้าจอที่ทำรายการสำเร็จ เพื่อยืนยันการสมัครไว้เป็นหลักฐาน

    สำหรับการสมัครด้วยวิธีการที่ 1 – 3 กรณีลูกค้ามีเลขที่กรมธรรม์ ไม่ต้องนำส่งเอกสารใดๆมายังบริษัทฯ แต่หากผู้เอาประกันไม่ใช่ผู้ชำระเบี้ย จะต้องส่งเอกสารเพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์มาด้วยทุกครั้ง หรือกรณียังไม่มีเลขกรมธรรม์ จะต้องนำส่งเอกสาร ดังต่อไปนี้

    - สลิปหรือหลักฐานการสมัครผ่าน ATM/Internet Banking/Mobile Banking 1 ฉบับ

    - หนังสือยินยอมหักค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติ 1 ฉบับ

    - สำเนาหน้าบัญชีเงินฝากธนาคาร 1 ฉบับ

    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางกรณีชาวต่างชาติ 1 ฉบับ

    - เอกสารเพื่อพิสูจน์ความสัมพันธ์ ในกรณีที่ผู้เอาประกันไม่ใช่ผู้ชำระเบี้ยและไม่เคยผ่านการพิสูจน์ความสัมพันธ์มาก่อน จะต้องนำส่งเอกสารมาทุกครั้ง

    หมายเหตุ: เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันและรับทราบเงื่อนไขการสมัครใช้บริการกับทางบริษัทฯ นำส่งเอกสารอย่างละ 1 ฉบับพร้อมลายเซ็นสด เท่านั้น

    วิธีการที่ 4. กรอกแบบฟอร์มขอหักบัญชีเงินฝากธนาคาร เพื่อให้ธนาคารตรวจสอบความถูกต้องของเลขที่บัญชีธนาคารและลายเซ็นเจ้าของบัญชีทุกครั้ง (สามารถขอแบบฟอร์ม การหักบัญชีธนาคาร ได้ที่สำนักงานใหญ่ สำนักงานสาขา หรือสำนักงานตัวแทนทุกแห่ง หรือ ดาวน์โหลดแบบฟอร์มฯจากเว็บไซต์ของบริษัทฯ) พร้อมแนบเอกสารที่เป็นลายเซ็นสด อย่างละ 2 ฉบับ ดังนี้

    - หนังสือยินยอมหักค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝาก(DA Form) ดาวน์โหลด

    - สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารหน้าแรก

    - สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือสำเนาหนังสือเดินทางกรณีชาวต่างชาติ

    เงื่อนไขบังคับ เฉพาะสำหรับการสมัครใช้บริการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ

    1. เจ้าของบัญชี ต้องเป็นผู้ขอเอาประกันฯ หรือผู้ชำระเบี้ยของผู้เยาว์ หรือเจ้าของกิจการ (กรณีขอทำประกันบุคคลสำคัญ) เท่านั้น

    2. หากเจ้าของบัญชีเป็นผู้รับประโยชน์ และมิได้เป็นผู้ชำระเบี้ยตามกรมธรรม์ สามารถชำระค่า เบี้ยประกันให้กับผู้ขอเอาประกันฯ ได้ เฉพาะผู้ที่เป็น บิดา-มารดา-บุตร ที่มีนามสกุลเดียวกันกับผู้เอาประกัน หรือ สามี-ภรรยา ที่จดทะเบียนสมรสของผู้เอาประกัน และแถลงไว้ในใบคำขอเอาประกัน หรือ ผ่านการพิสูจน์ความสัมพันธ์ในการชำระเบี้ยฯ ครั้งก่อน หากนอกเหนือจากที่กล่าว โปรดศึกษารายละเอียด เพิ่มเติม

    คลิกเพื่อดูข้อมูลการพิสูจน์ความสัมพันธ์สำหรับการชำระเบี้ยประกันชีวิตแทน

    3. บริษัทฯ ไม่รับชำระค่าเบี้ยประกันด้วยบัญชีของบุคคลที่ 3 หรือตัวแทน (ยกเว้นกรมธรรม์ ที่ตัวแทนเป็นผู้ขอเอาประกัน ผู้ชำระเบี้ย หรือมีความเกี่ยวข้องกับผู้ขอเอาประกันตามเงื่อนไข ข้างต้น)

    4. การขอชำระค่าเบี้ยประกันโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข และครบถ้วนตามข้อกำหนดข้างต้น จะถือว่าบริษัทฯ ยังมิได้รับการชำระค่าเบี้ยประกัน จนกว่าท่านจะดำเนินการสมัครด้วยวิธีที่ 1- 3 สำเร็จ หรือยื่นเอกสารการสมัครวิธีที่ 4 ตามที่แจ้งไว้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ เท่านั้น โดยจะต้องนำส่งเอกสารเข้ามาใหม่ทั้งหมด หากเอกสารส่งมาไม่ครบถ้วนตามที่แจ้งไปข้างต้น บริษัทฯ จำเป็นต้องดำเนินการปฏิเสธ คำร้องดังกล่าว

    5. สำหรับวิธีการสมัครที่ 4 กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มหนังสือยินยอมหักค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติให้ครบถ้วน มิเช่นนั้น ทางธนาคารจะปฏิเสธการพิจารณาหากเอกสารมีการแก้ไขต้องขีดฆ่าและเซ็นชื่อกำกับด้วยลายเซ็นเจ้าของบัญชีทุกครั้ง

    6. หรับวิธีการสมัครที่ 4 เอกสารส่งตรวจสอบความถูกต้องของเลขที่บัญชีธนาคารและลายเซ็นเจ้าของบัญชี จะใช้เวลา 1 เดือน เพื่อให้ธนาคารอนุมัติระบบหักบัญชีให้กับลูกค้า หากพบว่าธนาคารยังไม่อนุมัติ ก็จะไม่สามารถหักบัญชีเงินฝากลูกค้าได้จนกว่าธนาคารจะดำเนินการเสร็จสิ้นและหากธนาคารตรวจสอบแล้วไม่อนุมัติ สามารถเปลี่ยนวิธีการสมัครเป็นวิธีการสมัครที่ 1- 3 หรือยื่นเอกสารการสมัครวิธีที่ 4 ตามที่แจ้งไว้อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ เท่านั้น โดยจะต้องนำส่งเอกสารเข้ามาใหม่ทั้งหมด

  • • ชำระค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต (CCPA)

    รับชำระค่าเบี้ยประกันฯ ด้วยบัตรเครดิตประเภท VISA หรือ MASTER CARD หรือ JCB CARD ทุกธนาคาร ลูกค้าสามารถติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159 เพื่อขอ “ลิงก์” สำหรับสมัครชำระค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต โดยผู้เอาประกัน หรือผู้ชำระเบี้ยตามกรมธรรม์ (กรณีกรมธรรม์ผู้เยาว์) เป็นผู้แจ้งความประสงค์และผ่านการยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่ด้วยตนเองเท่านั้น

    บริษัทฯ จะดำเนินการส่งลิงก์ให้ผู้แจ้งความประสงค์ที่ผ่านการยืนยันตัวตนแล้วผ่านช่องทางอีเมล หรือ SMS โดยลิงก์จะมีอายุ 72 ชม. ผู้สมัครฯ จะได้รับอีเมล หรือ SMS ยืนยันการสมัครหลังทำรายการสำเร็จ ภายใน 30 นาที และบริษัทฯ จะทำการเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยตามข้อมูลที่สมัครได้ในงวดถัดไป

    คลิ๊กเพื่อดูเงื่อนไขการสมัครหักชำระเบี้ยประกันอัตโนมัติด้วยบัตรเครดิต (CCPA)ผ่านช่องทางQuick Pay

    คลิกเพื่อดูขั้นตอนการสมัครหักชำระเบี้ยประกันอัตโนมัติด้วยบัตรเครดิต (CCPA) ผ่านช่องทาง Quick Pay

    กรณีการชำระเบี้ยแทน บริษัทฯรับชำระเบี้ยแทนได้เฉพาะ บิดา-มารดา / สามี ภรรยา หรือบุตร เท่านั้น หากนอกเหนือจากที่กล่าว โปรดศึกษารายละเอียด เพิ่มเติม

    คลิกเพื่อดูข้อมูลการพิสูจน์ความสัมพันธ์สำหรับการชำระเบี้ยประกันชีวิตแทน

    การชำระโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ และการชำระโดยการหักบัญชีบัตรเครดิตอัตโนมัติ

    ธนาคารจะตัดบัญชี / บัตรเครดิต เมื่อ ถึงวันกำหนดการชำระ และในกรณีที่จำนวนเงินในบัญชี / บัตรเครดิตไม่เพียงพอสำหรับการเรียกเก็บเบี้ยประกันในรอบดังกล่าว บริษัทฯ จะทำการส่งข้อมูลให้ธนาคารทำการเรียกเก็บเบี้ย ประกันอีกครั้งจนกว่ากรมธรรม์จะขาดผลบังคับ หากตรงกับวันหยุดจะตัดชำระในวันทำการถัดไป

    หมายเหตุ :

    - กรุณาสำรองเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร / บัตรเครดิตของท่านให้เพียงพอกับการชำระเบี้ยประกันภัย ก่อนวันที่บริษัทฯ ดำเนินการเรียกเก็บอย่างน้อย 2 วันทำการ

    - การขอยกเลิกหักบัญชีอัตโนมัติผ่านธนาคาร / ผ่านบัตรเครดิต เอกสารยกเลิกจะต้องถึงบริษัทฯ ก่อนวันที่ครบกำหนดชำระอย่างน้อย 7 วันทำการ

    - บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับงวดชำระรายเดือน ให้เลือกใช้วิธีการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ หรือ หักบัตรเครดิตอัตโนมัติ เท่านั้น (ยกเว้น งวดชำระราย 3 เดือน ราย 6 เดือน และรายปี สามารถเปลี่ยนชำระโดยช่อง ทางอื่นได้ตามปกติ)

  • ชำระค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิต

    รับชำระค่าเบี้ยประกันฯ ด้วยบัตรเครดิตประเภท VISA หรือ MASTER CARD หรือ JCB CARD ทุกธนาคาร ลูกค้าสามารถติดต่อศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159 ศูนย์บริการครบวงจร (One Stop Service) สำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาของบริษัทฯ เพื่อขอลิ้งก์สมัครใช้บริการ โดยผู้เอาประกัน หรือผู้ชำระเบี้ยตามกรมธรรม์ (กรณีกรมธรรม์ผู้เยาว์) เป็นผู้แจ้งความประสงค์และผ่านการยืนยันตัวตนกับเจ้าหน้าที่ด้วยตนเองเท่านั้น “ลิงก์” จะสามารถดำเนินการส่งให้ผู้เอาประกัน หรือผู้ชำระเบี้ย (กรณีกรมธรรม์ผู้เยาว์) โดยตรงผ่านช่องทางอีเมลหรือ SMS

    หมายเหตุ:

    - ลิงก์สำหรับชำระเบี้ยฯ จะมีอายุ 72 ชม. และผู้เอาประกัน หรือผู้ชำระเบี้ย (กรณีกรมธรรม์ผู้เยาว์) จะได้รับอีเมลยืนยันการสมัครหลังทำรายการสำเร็จ ภายใน 30 นาที และจะทำการเรียกเก็บเบี้ยประกันภัยตามข้อมูลที่สมัครได้ในงวดถัดไป

    - การชำระเบี้ยประกันภัยจะถือว่าชำระเรียบร้อย และมีผลให้กรมธรรม์มีผลบังคับก็ต่อเมื่อหักเงินเบี้ยประกันรายงวดเต็มจำนวน จากวงเงินของบัตรเครดิตได้

    - หากไม่สามารถหักเงินตามข้อที่กล่าวด้านบน ได้ไม่ว่าสาเหตุใดก็ตาม ให้ถือว่ายังไม่มีการชำระเบี้ยประกันภัย

    - กรณีเมื่อหักเงินเบี้ยประกันผ่านบัตรเครดิตไม่ผ่านเนื่องจากจำนวนเงินไม่พอชำระ บริษัท ฯ จะทำการส่งข้อมูลเพื่อเรียกเก็บเบี้ยประกันอีกครั้งภายใน 4 วันทำการ

    - การทำรายการเพื่อสมัครหักชำระค่าเบี้ยประกันภัยด้วยบัตรเครดิตและ/หรือให้ความยินยอมหลังเวลา 20:00 น.ของวันทำการ บริษัทฯจะดำเนินการสมัครหักชำระค่าเบี้ยฯภายในวันทำการถัดไป

    กรณีการชำระเบี้ยแทน บริษัทฯรับชำระเบี้ยแทนได้เฉพาะผู้ที่เป็น บิดา-มารดา-บุตร ที่มีนามสกุลเดียวกันกับผู้เอาประกัน หรือ สามี-ภรรยา ที่จดทะเบียนสมรสของผู้เอาประกัน และแถลงไว้ในใบคำขอเอาประกัน หรือ ผ่านการพิสูจน์ความสัมพันธ์ในการชำระเบี้ยฯ ครั้งก่อน หากนอกเหนือจากที่กล่าว โปรดศึกษารายละเอียด เพิ่มเติม

    คลิกเพื่อดูข้อมูลการพิสูจน์ความสัมพันธ์สำหรับการชำระเบี้ยประกันชีวิตแทน

    เงื่อนไขการชำระโดยการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ และการชำระโดยการหักบัญชีบัตรเครดิตอัตโนมัติ

    กรณีต้องการให้หักค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติในงวดปัจจุบันจะต้องทำการสมัครให้สำเร็จ ก่อนถึงวันครบกำหนดชำระอย่างน้อย 7 วัน ธนาคารจะตัดบัญชีเงินฝาก / บัตรเครดิต เมื่อ ถึงวันกำหนดการชำระ และในกรณีที่จำนวนเงินในบัญชี / บัตรเครดิตไม่เพียงพอสำหรับการเรียกเก็บเบี้ยประกันในรอบดังกล่าว บริษัทฯ จะทำการส่งข้อมูลให้ธนาคารทำการเรียกเก็บเบี้ยประกันอีกครั้งจนกว่ากรมธรรม์จะขาดผลบังคับ หากตรงกับวันหยุดจะตัดชำระในวันทำการถัดไป

    หมายเหตุ :

    - กรุณาสำรองเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร / บัตรเครดิตของท่านให้เพียงพอกับการชำระเบี้ยประกันภัย ก่อนวันที่บริษัทฯ ดำเนินการเรียกเก็บอย่างน้อย 2 วันทำการ

    - การขอยกเลิกหักบัญชีอัตโนมัติผ่านธนาคาร / ผ่านบัตรเครดิต เอกสารยกเลิกจะต้องถึงบริษัทฯ ก่อนวันที่ครบกำหนดชำระอย่างน้อย 7 วันทำการ

    - บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับงวดชำระรายเดือน ให้เลือกใช้วิธีการหักบัญชีเงินฝากธนาคารอัตโนมัติ หรือ หักบัตรเครดิตอัตโนมัติ เท่านั้น (ยกเว้น งวดชำระราย 3 เดือน ราย 6 เดือน และรายปี สามารถเปลี่ยนชำระโดยช่อง ทางอื่นได้ตามปกติ)

  • • ชำระเบี้ยประกันผ่านจุดบริการรับชำระอื่นๆ

    โดยลูกค้าสามารถนำใบแจ้งชำระเบี้ยฯ ที่มีบาร์โค้ด (Barcode) แสดงไว้ ชำระด้วยเงินสด ณ จุดบริการชำระ ดังนี้
    - ชำระผ่านเคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-Eleven) ชำระได้ไม่เกิน 30,000 บาท / ครั้ง
    - ชำระผ่านเคาน์เตอร์เทสโก้โลตัส ชำระได้ไม่เกิน 49,000 บาท / ครั้ง
    - ชำระผ่านเคาน์เตอร์บิ๊กซี ชำระได้ไม่เกิน 49,000 บาท / ครั้ง
    - ชำระผ่านเคาน์เตอร์ เอ็มเพย์ สเตชั่น (mPAY Station) ชำระได้ไม่เกิน 49,000 บาท / ครั้ง
    - ชำระผ่านตู้ทรูมันนี่ (True Money Kiosk) ชำระได้ไม่เกิน 30,000 บาท / ครั้ง

    - ชำระผ่านเคาน์เตอร์ Max Mart ร้านค้า เช่น ร้านสะดวกซื้อแมกซ์มาร์ท ชำระได้ไม่เกิน 49,000 บาท / ครั้ง

  • • ชำระเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ ผ่านบริการ Rabbit LINE Pay

    ช่องทางรับชำระเบี้ยประกันภัยปีต่อ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE และบริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Wallet) โดย "Rabbit LINE Pay" สามารถนำใบแจ้งชำระเบี้ยฯ ที่มีบาร์โค้ด (Barcode) สแกนเพื่อชำระเบี้ยฯ ปีต่อ ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน LINE ดังรายละเอียดต่อไปนี้
    1. บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์โดย LINE ผ่านระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ "Rabbit LINE Pay" รับชำระค่าเบี้ยประกันภัยปีต่อ ครั้งละไม่เกิน 30,000 บาท ต่อ 1 รายการ
    2. รับหลักฐานการชำระเงินเป็นข้อความในแอปพลิเคชัน LINE หลังจากทำรายการชำระเสร็จสิ้น (สามารถชำระได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งภายในวัน)

  • • ชำระเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ ผ่านแอปพลิเคชัน True Money Wallet

    1. สามารถทำรายการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านโมบายแอปพลิเคชัน True Money Wallet บนโทรศัพท์มือถือ โดยฟังก์ชั่น Scan & Pay
    2. รับชำระค่าเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ ครั้งละไม่เกิน 90,000 บาท ต่อ 1 รายการ โดยใช้ใบแจ้งยอดชำระฯ ที่มีบาร์โค้ด (Barcode) เท่านั้น
    3.รับหลักฐานในรูปแบบสลิป (e-Slip) ทุกครั้งที่ชำระ

  • • ชำระเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ ผ่านแอปพลิเคชัน mPAY

    บริการรับชำระเบี้ยผ่านระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ "mPAY Wallet" สามารถชำระเบี้ยปีต่ออายุได้ โดยใช้ใบแจ้งชำระเบี้ยฯ ที่มีบาร์โค้ด(Barcode) สแกนเพื่อชำระเบี้ยได้ครั้งละไม่เกิน 30,000 บาท ต่อ 1 รายการ

  • ชำระเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ ผ่านแอปพลิเคชัน Max Me

    ชำระเบี้ยประกันภัยปีต่ออายุ ผ่านแอปพลิเคชัน Max Me โดยใช้ใบแจ้งชำระเบี้ยฯ ที่มีบาร์โค้ด (Barcode) สแกนเพื่อชำระเบี้ยได้ครั้งละไม่เกิน 49,000 บาท ต่อ 1 รายการ และรับหลักฐานการชำระเงิน หน้าจอแสดงผลยืนยันผ่านแอปพลิเคชัน และ/หรือ ข้อความสั้น (SMS) ทุกครั้งที่ทำรายการชำระ

  • • ชำระที่สำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาของบริษัทฯ

    ชำระที่ศูนย์บริการครบวงจร (One Stop Service) สำนักงานใหญ่ อาคารจี ทาวเวอร์ แกรนด์ รามา 9 ชั้น 1 เวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ 8.30-17.00 น.

    และสำนักงานสาขา 6 แห่ง ได้แก่

    สาขาเชียงใหม่ โทร. 0 5208 8378

    สาขาขอนแก่น โทร. 0 4305 8918

    สาขาชลบุรี โทร. 0 3311 7400

    สาขาหาดใหญ่ (จังหวัดสงขลา) โทร. 0 7489 8929

    สาขาสุราษฎร์ธานี โทร. 0 7796 9829

    สาขาพิษณุโลก โทร. 0 5505 3648

    เวลาทำการ วันจันทร์-ศุกร์ 8.30-17.00 น. วันเสาร์ 8.30-12.00 น.

  • • ชำระผ่านตัวแทน

    - ชำระด้วยเงินสด รับชำระได้ทั้งเงินสด สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท (สามหมื่นบาทถ้วน) / รายการ / กรมธรรม์ โปรดขอใบรับเงินชั่วคราวของบริษัทฯ จากตัวแทน / ผู้ให้บริการ ทุกครั้ง

    - ชำระด้วยเช็ค กรุณาสั่งจ่ายเช็คขีดคร่อมในนาม “บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)” พร้อมระบุ หมายเลขกรมธรรม์ และ ชื่อผู้เอาประกันไว้ที่ด้านหลังเช็ค

    บริษัทฯ จะถือว่าได้รับค่าเบี้ยประกันต่อเมื่อ บริษัทฯ ได้รับเงินจากสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว เท่านั้น

  • • ชำระทางไปรษณีย์

    ชำระทางไปรษณีย์โดยแนบ "ใบแจ้งการชำระเบี้ยประกันภัย AC08142" (ส่วนล่าง) แล้วส่งไปยังบริษัทฯ พร้อมเงินค่าเบี้ยประกันภัย ซึ่งสามารถชำระได้ตามวิธีต่อไปนี้คือ (โปรดอย่าแนบเงินสด)
    - ชำระเป็นเช็ค หรือ ตั๋วแลกเงิน สั่งจ่าย "บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)" โดยขีดคร่อมและขีดฆ่า "หรือผู้ถือ" พร้อมระบุ หมายเลขกรมธรรม์ และ ชื่อผู้เอาประกันไว้ที่ด้านหลังเช็ค

    *บริษัทฯ จะถือว่าได้รับค่าเบี้ยประกันต่อเมื่อ บริษัทฯ ได้รับเงินจากสถาบันการเงินเรียบร้อยแล้ว เท่านั้น
    - ชำระเป็นธนาณัติระบุชื่อผู้รับในนาม "บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)" และสั่งจ่าย ป.ณ.นานาเหนือ กรุงเทพฯ
    - ชำระเป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่าย "บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)"

    หมายเหตุ: การชำระเบี้ยประกันภัยตามข้างต้น เมื่อบริษัทฯ ได้รับเงินและบันทึกเข้าระบบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทฯ จะส่งข้อความการรับชำระเบี้ย ผ่านทางจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Email) หรือ ข้อความ (SMS) ให้ลูกค้า ด้วย Email Address หรือหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ให้ไว้กับบริษัทฯ หากภายใน 4 วันทำการหลังการชำระ ท่านมิได้รับข้อความการรับชำระเบี้ยจากบริษัทฯ โปรดติดต่อไปยัง ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1159

  • คลิ๊กเพื่อดูเงื่อนไขการใช้บริการชำระค่าเบี้ยประกันอัตโนมัติผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร

  • วิธีการรักษากรมธรรม์

    - กรมธรรม์ที่ท่านถืออยู่นี้เป็นสัญญาระหว่าง บริษัทฯ และ ผู้เอาประกัน ทั้งบริษัทฯ และ ท่านในฐานะผู้เอาประกัน ต่างมีภาระหน้าที่ต่อกันและกัน บริษัทฯ มีภาระหน้าที่ที่จะให้ความคุ้มครองแก่ท่านตลอดอายุสัญญา ส่วนท่านก็มีภาระที่ต้องรักษากรมธรรม์ให้มีผลบังคับตลอดสัญญา โดยการชำระเบี้ยประกันภัยให้ตรงตามกำหนด

  • ขั้นตอนการส่งใบแจ้งการชำระเงิน

    - บริษัทฯ จัดส่งใบแจ้งการชำระเงินให้ท่าน 28 วัน ก่อนวันครบชำระเบี้ยประกันภัย
    - กรณีที่มิได้มีการชำระตามวันครบกำหนด ท่านจะได้รับใบแจ้งการชำระเงินครั้งที่ 2 หลังวันครบกำหนด 7 วัน
    - บริษัทฯ ให้ระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกัน 31 วัน นับจากวันครบชำระเบี้ยประกัน โดยท่านยังคงได้รับความคุ้มครองตามปกติ

  • ขั้นตอนการส่งใบแจ้งการชำระเงิน (การต่ออายุกรมธรรม์?)

    เมื่อพ้นระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกัน บริษัทฯ จะดำเนินการตามข้อกำหนดของกรมธรรม์โดยอัตโนมัติ (ถ้ากรมธรรม์มีมูลค่าเงินสดเพียงพอ) หากกรมธรรม์ของท่านขาดความคุ้มครอง ท่านสามารถติดต่อตัวแทนของท่าน หรือติดต่อบริษัทฯ เพื่อยื่นคำขอต่ออายุกรมธรรม์ได้โดยใช้ใบคำขอใช้บริการของทางบริษัทฯ เพื่อให้กรมธรรม์ มีผลบังคับ และคืนกลับสู่สถานะเดิม

    อนึ่ง การยื่นคำขอต่ออายุกรมธรรม์ สามารถทำได้ภายในระยะเวลาห้าปี (5 ปี) นับแต่วันที่กรมธรรม์ขาดผลบังคับเท่านั้นโดยติดต่อบริษัทฯ หรือตัวแทนของท่านเพื่อรับทราบเงื่อนไข และแสดงหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้บริษัทฯ พิจารณากลับคืนสู่สถานะเดิมของกรมธรรม์

  • หากท่านประสบปัญหาทางด้านการเงินในการชำระเบี้ยประกันภัย

    วิธีการแก้ปัญหา ดังต่อไปนี้
    - ขอลดจำนวนเงินเอาประกันภัยลง
    - การขอเปลี่ยนแปลงงวดการชำระเบี้ยประกันภัย (รายปี, ราย 6 เดือน, ราย 3 เดือน, รายเดือน)
    - การขอยกเลิกสัญญาเพิ่มเติมกรมธรรม์ประกันภัย
    - การขอเปลี่ยนแบบการประกันชีวิต
    - การขอเปลี่ยนกรมธรรม์เป็นกรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จหรือขยายเวลา เมื่อกรมธรรม์มีอายุตั้งแต่ 2 ปีเต็มขึ้นไป หรือมีมูลค่า
    เวนคืนเงินสดเกิดขึ้น สามารถเปลี่ยนแปลงได้ดังนี้
    - กรมธรรม์ใช้เงินสำเร็จ คือ การแปลงกรมธรรม์ ที่ทำให้ผู้เอาประกันภัยได้รับการคุ้มครองในระยะเวลา
    เอาประกันภัยเท่าเดิม แต่จำนวนเงินเอาประกันภัยเปลี่ยนแปลงตามมูลค่า ณ ขณะนั้น (ขึ้นอยู่กับปีกรมธรรม์
    และแบบประกันภัย)
    - กรมธรรม์ขยายเวลา คือ การแปลงกรมธรรม์เดิม เป็นกรมธรรม์แบบขยายเวลาที่มีจำนวนเงินเอาประกันภัย
    เท่าเดิม (กรณีที่มีหนี้สินตามกรมธรรม์จะถูกหักออก) แต่ระยะเวลาความคุ้มครองเปลี่ยนแปลงตามตารางมูลค่า
    กรมธรรม์ หากผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตภายในช่วงขยายเวลา ผู้รับประโยชน์ก็จะได้รับจำนวนเงินเอาประกันภัย
    แต่ถ้าผู้เอาประภัยมีชีวิตอยู่จนครบระยะเวลาที่ขยายออกไป และจะได้รับมูลค่าเงินสะสมสุทธิ (หากมี)

    หมายเหตุ กรมธรรม์ขยายเวลา สามารถทำได้เฉพาะกรมธรรม์ที่รับประกันภัยโดยใช้อัตราเบี้ยประกันภัยมาตรฐานเท่านั้น

    - การขอกู้ยืมเงินโดยมีกรมธรรม์เป็นประกัน เมื่อชำระเบี้ยประกันภัยมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี หรือกรมธรรม์
    มีมูลค่าเวนคืนเงินสดเกิดขึ้น ผู้เอาประกันภัยสามารถกู้ยืมเงินได้โดยจำนวนเงินที่กู้ได้ไม่เกิน 90% ของมูลค่าเวนคืน
    กรมธรรม์ ณ ขณะนั้น โดยจะต้องชำระเบี้ยดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินร้อยละแปด (8) ต่อปี หรือกว่านั้น เมื่อได้รับความเห็น
    ชอบจากนายทะเบียนประกันชีวิต

  • เปลี่ยนสถานที่ติดต่อ

    แจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ
    - ใบคำขอเปลี่ยนแปลงและ/หรือต่ออายุกรมธรรม์ service request form

  • เปลี่ยนชื่อ-สกุล / ลายมือชื่อผู้เอาประกัน

    แจ้งให้บริษัทฯ ทราบเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมลงลายมือชื่อ (ใหม่) ในใบคำขอเปลี่ยนแปลงและ/หรือต่ออายุกรมธรรม์ service request form

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

    - ใบคำขอเปลี่ยนแปลงและ/หรือต่ออายุกรมธรรม์ service request form
    - หลักฐานการเปลี่ยน ชื่อ - สกุลจากทางราชการ
    - สำเนาบัตรประชาชน

  • การเปลี่ยนผู้รับผลประโยชน์

    สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยผู้รับผลประโยชน์ใหม่ ต้องมีความสัมพันธ์ กับผู้เอาประกันตามกฎเกณฑ์ได้แก่ สามี, ภรรยา, บิดา, มารดา และบุตร

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

    - ใบคำขอเปลี่ยนแปลงและ/หรือต่ออายุกรมธรรม์ service request form
    - สำเนาทะเบียนบ้าน ผู้รับประโยชน์ใหม่ (สืบความสัมพันธ์ได้)
    - สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับบผลประโยชน์คนใหม่ และผู้เอาประกัน

  • การเปลี่ยนงวดการชำระเบี้ย

    - เปลี่ยนได้เมื่อตรงรอบปีกรมธรรม์
    - ในกรณีที่ท่านเปลี่ยนงวดการชำระรายเดือนจะต้องหักชำระเบี้ยประกันผ่านบัญชีธนาคารหรือหักบัตรเครดิตอัตโนมัติเท่านั้น

    เอกสารที่ใช้ในการดำเนินการ

    - ใบคำขอเปลี่ยนแปลงและ/หรือต่ออายุกรมธรรม์ service request form
    - เบี้ยประกันของงวดการชำระใหม่
    - หนังสือยินยอมหักค่าเบี้ยประกันภัยอัตโนมัติพร้อมลงนามและสำเนาสมุดบัญชีธนาคารหรือสำเนาบัตรเครดิต

    หากมีการเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ในกรมธรรม์นอกเหนือจากนี้ กรุณาติดต่อตัวแทนหรือบริษัทฯ เพื่อรับทราบเงื่อนไขและให้บริการแก่ท่าน

  • ขั้นตอนการตรวจร่างกาย

    ความสำคัญของการตรวจสุขภาพผู้ขอเอาประกันชีวิต

    ข้อมูลทางสุขภาพ เป็นข้อมูลสำคัญที่บริษัทประกันต้องใช้ในการประเมินความเสี่ยงของผู้ขอเอาประกัน

    การรับประกันภัยโดยทั่วไป บริษัทกำหนดให้มีวิธีการรับประกันภัย 2 แบบด้วยกัน คือ
    - การรับประกันภัยโดยไม่ตรวจสุขภาพ
    - การรับประกันภัยโดยตรวจสุขภาพ
    กรณีจะเป็นแบบการรับประกันใด จะต้องพิจารณาข้อกำหนดเกี่ยวกับอายุ จำนวนเงินเอาประกันภัย ประวัติสุขภาพ ข้อมูลของใบสมัคร

    ผลการตรวจที่ถูกต้องสมบูรณ์แสดงให้เห็นถึงภาวะสุขภาพของผู้ขอเอาประกันที่แท้จริงขณะนั้น รวมทั้งมีการแถลงถึงปัญหาสุขภาพที่สำคัญในอดีต จะช่วยให้กระบวนการพิจารณารับประกันเกิดขึ้นได้อย่างถูกต้องรวดเร็ว เกิดความเป็นธรรมต่อผู้ขอเอาประกัน ซึ่งจะไม่ถูกปฏิเสธการจ่ายสินไหม หรือยกเลิกสัญญาในภายหลัง และก่อให้เกิดความมั่นคงของกองทุนเบี้ยประกันที่เป็นประโยชน์ของผู้เอาประกันทุกคน

  • การรับเงินครบกำหนดสัญญาและการจ่ายเงินปันผล

    บริษัทฯ จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน

  • การจ่ายเงินเวนคืนกรมธรรม์

    บริษัทฯ จะดำเนินการจ่ายเงินดังกล่าวภายใน 20 วัน

    เอกสารประกอบการพิจารณา

    - ใบคำขอเวนคืนกรมธรรม์
    - สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    - สำเนาบัญชีธนาคารหน้าแรก

  • การจ่ายเงินกู้ยืมตามกรมธรรม์

    บริษัทฯจะดำเนินการจ่ายเงินดังกล่าวภายใน 15 วัน

    เอกสารประกอบการพิจารณา

    - สัญญากู้ยืมเงินตามกรมธรรม์
    - สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
    - สำเนาบัญชีธนาคารหน้าแรก

  • เพื่อความสะดวกในการรับเงินผลประโยชน์ตามเงื่อนไขกรมธรรม์ ท่านสามารถสมัครรับบริการการโอนเงินผลประโยชน์เข้าบัญชีธนาคารได้ง่ายๆ เพียงกรอกแบบฟอร์มขอรับบริการ

    คลิกเพื่อดาวน์โหลดแบบฟอร์มบริษัทฯ

  • รายชื่อนายหน้าประกันชีวิตประเภทธนาคาร

    ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)

  • รายชื่อนายหน้าประกันชีวิตประเภทนิติบุคคล

    คลิกเพื่อดูรายละเอียด